กูเกิล กรีน บอกลาพลังงานฟอสซิลสิ้นปีหน้า

“กูเกิลได้ประกาศกรอบเวลาในการพิชิตเป้าหมาย โดยระบุว่า บริษัทจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด หรือ 100% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กรภายในสิ้นปีหน้า (พ.ศ.2560) ”

บทความโดย: ฐานเศรษฐกิจ
ประเภทของเนื้อหา: การลงทุุนภาคเอกชน (Private Investment)


กูเกิล กรีน บอกลาพลังงานฟอสซิลสิ้นปีหน้า

องค์กรธุรกิจเอกชนหลายรายในสหรัฐอเมริกาและยุโรปให้ความสำคัญกับการหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมสนองนโยบายของภาครัฐกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะนอกจากจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอุดหนุนในรูปแบบต่างๆของภาครัฐแล้ว บริษัทเหล่านี้ยังหวังผลในด้านการลดต้นทุนผลิตและต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาวอีกด้วย

กูเกิล ยักษ์ใหญ่ด้านไฮเทคและบริการบนอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ และมีนโยบายชัดเจนเป็นรูปธรรม หลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทุ่มงบพัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพื่อใช้เองในองค์กร แต่ก็ยังสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กรได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ กูเกิลได้ประกาศกรอบเวลาในการพิชิตเป้าหมาย โดยระบุว่า บริษัทจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด หรือ 100% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กรภายในสิ้นปีหน้า (พ.ศ.2560) โดยหากไม่สามารถผลิตใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ก็จะซื้อจากแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนนอกองค์กร

กูเกิลประกาศแผนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% มาตั้งแต่ปี 2555 แต่เพิ่งจะประกาศกรอบเวลาว่าจะทำให้สำเร็จในปีหน้าเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความริเริ่มดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า “กูเกิล กรีน” (Google Green) ระยะเริ่มแรกนั้น กูเกิลประเดิมด้วยการจัดสร้างวินด์ฟาร์ม หรือ อุทยานกังหันลม ในมลรัฐไอโอวา สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 114 เมกะวัตต์ จากนั้นก็ค่อยๆไต่สถานะเป็นองค์กรเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลกที่ซื้อพลังงานหมุนเวียนใช้ โดยล่าสุดสถิติในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาชี้ว่า กูเกิลซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในองค์กรเป็นปริมาณรวม 2.6 กิกะวัตต์

นอกเหนือจากกูเกิลแล้ว บริษัทเอกชนอีกหลายรายก็กำลังมุ่งมาในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่างเช่น แอปเปิ้ล เมื่อต้นปี 2558 สำนักงานใหญ่และศูนย์ข้อมูลของแอปเปิ้ลในสหรัฐอเมริกาสามารถพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานตามเป้าหมายดังกล่าวแล้ว และทำได้ 87%

สำหรับสำนักงานในต่างประเทศ ผู้บริหารของกูเกิลกล่าวว่า ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ลดลงอย่างต่อเนตื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเดินหน้าในเรื่องนี้อย่างเต็มตัว

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ